ซีรีส์การเมือง จาก Netflix

อัปสกิลวิเคราะห์การเมือง
กับ 5 ซีรีส์การเมือง จาก Netflix

การเมืองไทยหลังผ่านพ้นการเลือกตั้ง และได้รัฐบาลใหม่ในรอบ 8 ปีนั้น น่าติดตามทุกช่วงขณะ แต่การอภิปรายนัดต่างๆ ในสภาครั้งที่ผ่านมา ตัวแทนประชาชนหลายฝ่าย กลับยังคงแสดงทรรศนะได้ชวนสับสน ทำให้คนอยากติดตามเทรนด์การเมือง โดยเฉพาะผู้ชมหน้าใหม่ ที่ไม่ว่าจะพยายามเกาะขอบเวทีการเมืองใกล้ชิดขนาดไหน ก็ยังคงวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมืองไม่ขาด หากจะให้ไปศึกษาความรู้ด้านรัฐศาสตร์อย่างลึกซึ้ง ก็คงต้องใช้เวลาไม่น้อย งั้น Thomas Thailand ขอแนะนำอีกหนึ่งทางลัด เพื่อทำความเข้าใจประเด็นและสถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างเฉียบแหลม ด้วยซีรีส์การเมืองจากค่าย Netflix เหล่านี้ ดูจบ รับรองว่าสกิลวิเคราะห์การเมืองการปกครองของคุณ จะก้าวหน้าขึ้นอีกเลเวลแน่นอน

House of Cards (6 Season: 2013-2018)

ซีรีส์การเมือง จาก Netflix House of Cards (6 Season: 2013-2018)

ซีรีส์แนวการเมืองระดับเกรดเอ ที่มีเนื้อหาเข้มข้นเข้าขั้นดราม่า โดยมีความสัมพันธ์ของการเมืองสไตล์อเมริกันเป็นฉากหลัง เนื้อเรื่องเชือดเฉือนกันด้วยการชิงไหวชิงพริบ ใช้มันสมอง กลยุทธ์ กฏหมาย และอำนาจสื่อในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม เรียกได้ว่าเป็นการวางไพ่การเมืองที่แก้เผ็ดกันได้เจ็บแสบสุดๆ แถมยังกวาดรางวัลมาเพียบตลอด 6 ซีซั่นที่มีการออกฉาย ซีรีส์เรื่องนี้ยังถือเป็นหนึ่งในหนังการเมืองในดวงใจ ของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา อีกด้วย

Designated Survivor (3 Season: 2016-2019)

ซีรีส์การเมือง จาก Netflix Designated Survivor (3 Season: 2016-2019)

เรื่องราวของ ‘ทอม เคิร์กแมน’ รัฐมนตรีกระทรวงการเคหะฯ ของสหรัฐอเมริกา ผู้ถูกเลือกไม่ให้เข้าร่วมการประชุมสภาคองเกรส ที่ประธานาธิบดีมีกำหนดแถลงนโยบาย และถูกเลือกให้เป็นตัวสำรอง คอยรับหน้าที่แทนเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารต่อ กรณีเกิดเหตุวินาศภัยจนเจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้อื่นไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ และแล้ว…เหตุระเบิดก็เกิดขึ้นจริง ทอมจึงได้รับหน้าที่เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป และต้องนำพาประเทศก้าวผ่านวิกฤติมากมาย ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เป็นเพียงนักการเมืองที่ไม่ได้สังกัดพรรคใดๆ และมีปูมหลังในอดีตที่รอการขุดคุ้ยมากมาย

The Crown (2 Season: 2016-2017)

ซีรีส์การเมือง จาก Netflix The Crown (2 Season: 2016-2017)

อัตชีวประวัติของสมเด็จพระราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ในบทบาทด้านความรัก และบทบาทของผู้นำด้านการเมืองการปกครองของอังกฤษ ซีรีส์เผยให้เห็นช่วงชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ของพระองค์ ผ่านความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกับผู้คนมากมายทั้งในครอบครัว อาณาประชาราษฎร์ และบุคลากรทางการเมือง กระทั่งได้ขึ้นครองราชย์ท่ามกลางสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความกดดันจากปัจจัยรอบด้าน เรื่องนี้จึงถือเป็นซีรีส์ที่สะท้อนบทบาทของผู้หญิงในเวทีการเมืองได้เป็นอย่างดี

BODYGUARD (1 Season: 2018)

ซีรีส์การเมือง จาก Netflix BODYGUARD (1 Season: 2018)

เรื่องราวของตำรวจหนุ่ม ซึ่งในอดีตเคยเป็นทหารผ่านศึกที่ถูกส่งตัวไปรบแถบตะวันออกกลาง โดยสงครามและหลากหลายเหตุการณ์สะเทือนใจ ได้ทิ้งบาดแผลไว้ในจิตใจของเขา และแสดงออกมาเป็นอาการเครียด หรือที่เรียกกันว่า สภาวะ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) กระทั่งวันหนึ่งตำรวจหนุ่มได้กลายเป็นฮีโร่ จากการช่วยเหลือผู้คนบนรถไฟที่กำลังเกิดเหตุก่อการร้าย ตำรวจธรรมดาๆ จึงได้เลื่อนขึ้นมาอารักขารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาด และพบว่าเธอนี่เอง คือผู้สนับสนุนการส่งทหารผ่านศึก ออกสู่สงครามในตะวันออกกลาง สงครามที่ยังหลอกหลอนจิตใจเขาอยู่ตลอดเวลา

Versailles (3 Season: 2015-2018)

ซีรีส์การเมือง จาก Netflix Versailles (3 Season: 2015-2018)

ซีรีส์ที่หยิบยกเอายุคทองของฝรั่งเศส อย่างช่วงรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ขึ้นครองราชย์ ซึ่งกินเวลายาวนานกว่า 72 ปี มาสะท้อนเป็นภาพความสัมพันธ์ทางการเมืองที่เข้มข้น เรื่องราวยังยกประเด็นทางประวัติศาสตร์ อย่างตำนานการสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ อภิมหาโปรเจกต์งานก่อสร้าง ที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ผ่านการขูดรีดภาษีจากประชาชน ก่อนทิ้งหลักฐานเอาไว้ให้คนยุคปัจจุบันได้กล่าวชื่มชมความงาม และวิพากษ์ความฟุ่มเฟือยของราชวงศ์ฝรั่งในอดีต นอกจากนั้น เนื้อเรื่องยังสอดแทรกเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์การปฏิวัติฝรั่งเศส เพื่อโค่นล้มระบอบกษัตริย์เอาไว้ด้วย

แต่ละเรื่องต้องบอกเลยว่าเด็ดดวง และเชือดเฉือนอารมณ์ไม่แพ้กันเลย ใครชอบซีรีส์แนวประเทืองปัญญา ดูแล้วได้ลับรอยหยักในสมองต้องห้ามพลาด! ไม่เชื่อก็ลองหามาดูสักเรื่องดได้เลย 

SHARE

RELATED POSTS