Search
Close this search box.
Law of Attraction คือ

คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น มีจริงหรือ? ถอดรหัส Law of Attraction คืออะไร

“คิดอะไรก็ได้อย่างนั้น” คำพูดติดปากที่น่าจะเคยได้ยินได้ฟังกันมา แต่สงสัยไหมครับว่ามันเป็นไปได้จริงหรือ? วันนี้ Thomas จึงจะพาทุกคนไปรู้จัก Law of Attraction กฎที่ว่าด้วยเรื่องของการใช้ ‘ความคิด’ เป็น ‘แรงดึงดูด’ สิ่งต่าง ๆ เข้ามาในชีวิตของเรา อ่านถึงตรงนี้หลายคนคงสนใจอยากรู้แล้วว่า Law of Attraction คืออะไร เราสามารถนำกฎนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ยังไงบ้าง ไปดูกันเลยครับ

Law of Attraction คืออะไร?

Law of Attraction คือ หลักปรัชญาที่ได้รับการพูดถึงมาตั้งแต่ปี 1887 และยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบันเพราะถูกอ้างอิงในหนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตนเอง (Self-Help Books) ชื่อว่า ‘The Secret’ (2006) เขียนโดย Rhonda Byrne มียอดขายถล่มทลายกว่า 30 ล้านเล่มทั่วโลก โดย Law of Attraction หรือ กฎแห่งแรงดึงดูด เป็นกฎที่เชื่อว่าความคิด ความตั้งใจที่อยู่ในตัวเรานั้น สามารถใช้เป็นแรงดึงดูดสิ่งที่ต้องการเข้ามาในชีวิตได้ หากคิดในแง่บวก ก็จะเกิดแรงดึงดูดสิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องงาน เงิน สุขภาพ หรือความสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามเมื่อมีบวกก็ต้องมีลบ หากเราคิดในแง่ลบ หมดความมั่นใจในตนเอง ก็จะเกิดแรงดึงดูดด้านลบ ดึงดูดแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามา จนอาจผลักไสโอกาสบางอย่างออกไป

อาจกล่าวได้ว่า Law of Attraction คือ การปรับความคิดให้เชื่อมั่นในตนเอง จนเกิดการสะสมพลังกลายเป็นเหมือนแม่เหล็กดึงดูดสิ่งที่เราอยากได้อยากมีให้เกิดขึ้นจริงนั่นเอง

3 กฎเหล็กของ Law of Attraction คืออะไร?

จากที่เกริ่นไปว่า Law of Attraction คือ การเชื่อมั่นในความคิดของตัวเราเอง ผลลัพธ์จะดีหรือร้ายก็ขึ้นอยู่กับวิธีคิดของเรา ดังนั้นจึงเกิด 3 กฎเหล็กของ Law of Attraction ที่ใช้เป็นแนวทางสำหรับฝึกฝนความคิดให้สามารถดึงดูดสิ่งที่ต้องการให้ได้ดั่งใจ มีดังนี้

  • กฎข้อ 1 เหมือนดึงดูดเหมือน (Like attracts like)

กฎข้อแรกว่าด้วยสิ่งที่เหมือนหรือคล้ายกัน มักจะมีแรงดึงดูดระหว่างกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความคิด ทัศนคติ คำพูด หรือแม้แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรา ล้วนสร้างแรงดึงดูดในสิ่งที่เหมือนหรือคล้ายกันเข้ามา เช่น คนเก่งก็จะดึงดูดคนเก่งเหมือนกัน หรือถ้าหากเราเป็นคนคิดแต่แง่ลบ ก็จะดึงดูดความล้มเหลวเข้ามาในชีวิต เป็นต้น

  • กฎข้อ 2 ธรรมชาติรังเกียจความว่างเปล่า (Nature abhors a vacuum)

กฎข้อสองจะเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองคนเรา ปกติแล้วภายในสมองจะมีพื้นที่จำกัด แต่บ่อยครั้งที่เรามักเสียพื้นที่ในสมองไปกับการคิดฟุ้งซ่านหรือเรื่องที่ไม่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการเคลียร์พื้นที่ในสมองเปิดรับแต่ความคิดที่ดีและมีประโยชน์ ก็จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการดึงดูดแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตเรานั่นเองครับ

  • กฎข้อ 3 ปัจจุบันสมบูรณ์แบบเสมอ (The present is always perfect)

กฎข้อสุดท้ายเป็นการให้เราโฟกัสกับช่วงเวลาปัจจุบัน ไม่ยึดติดกับอดีตที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และไม่กังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง แต่จงตั้งใจทำปัจจุบันให้ดีที่สุด เพื่อสร้างแรงดึงดูดสิ่งที่ดี รวมถึงความสำเร็จต่าง ๆ ให้เข้ามาในชีวิตได้

วิธีนำ Law of Attraction ไปใช้ให้ได้ผล

มาถึงขั้นตอนที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถนำ Law of Attraction ไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้ได้ผล ทั้งในเรื่องการงาน การเงิน ความรัก ความสัมพันธ์ หรือสิ่งใดก็ตามที่คาดหวังไว้ โดยต้องจำไว้เสมอว่า Law of Attraction คือ การเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง ผสานกับการลงมือทำอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ ซึ่งอาจนำวิธีการต่อไปนี้ไปปรับใช้กันได้นะครับ

  1. โฟกัสกับสิ่งที่เราต้องการเข้าไว้ – การโฟกัสถึงสิ่งที่ต้องการให้ชัดเจน ก็จะช่วยให้เราวางแผนบรรลุเป้าหมายนั้น ๆ ได้แน่นอนมากขึ้น ไม่ล้มเหลวหรือล้มเลิกกลางคัน
  2. สร้างพลังบวก จากเป้าหมายที่แน่นอน – เป้าหมายที่แน่นอนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่น และพลังบวกภายในจิตใจ ว่าเราสามารถทำได้ ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถ ซึ่งสิ่งนี้จะกลายเป็นแรงดึงดูดเป้าหมายให้ขยับเข้ามาใกล้เรามากขึ้น
  3. ยินดีกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น – บางสถานการณ์ที่เราไม่อาจควบคุมได้ เกิดผลลัพธ์ที่ไม่ได้เป็นดั่งใจ แทนที่จะมัวเฟลเศร้าเสียใจ ลองมองมุมกลับปรับมุมมอง ยินดีกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ลองมองหาแง่มุมที่ดีของมัน นำไปปรับปรุงแก้ไข เพื่อทำให้ดีกว่าเดิม เท่านี้ก็ถือเป็นการสร้างแรงดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาได้อีกทางหนึ่ง

หลายคนคงจะเข้าใจกันมากขึ้นแล้วว่า Law of Attraction คือ กฎแห่งแรงดึงดูด เป็นการฝึกความคิดให้เราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ดีจะเกิดขึ้นกับเราได้ แถมยังเป็นการช่วยปลูกฝังนิสัยมองโลกในแง่บวกได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามกฎดังกล่าวเป็นเพียงส่วนหนึ่ง การปฏิบัติและลงมือทำอย่างตั้งใจ ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญพอ ๆ กัน เพื่อกระตุ้นทั้งเราและความสำเร็จให้ดึงดูดซึ่งกันและกันนั่นเองครับ

SHARE

RELATED POSTS

คุณเป็นมนุษย์แบบไหน? เข้าใจนาฬิกาชีวภาพตามบุคลิกของตัวเอง คุณเคยสงสัยไหม? ว่าทำไมวันนี้ตื่นมาแล้วรู้สึกไม่สดชื่น…