หัวข้อสังคัง

สังคัง ภัยเงียบที่มาพร้อมสุขภาพ

คุณเป็นคนที่ชอบออกกำลังกายหนักใช่ไหม หรือคุณเป็นคนชอบเหงื่อออกเวลาทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือป่าว ถ้าใช่ ร่างกายของคุณจะแข็งแรงครับ แต่ก็ต้องระวังอ่อนแอกับโรคสังคังนะครับ

สังคังคืออะไร

สังคัง เป็นโรคอันเนื่องมาจากการติดเชื้อราบริเวณผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย มักจะเกิดบริเวณขาหนีบ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หัวเหน่า หรือต้นขา ซึ่งอวัยวะเหล่านี้เป็นบริเวณที่เกิดความชื้นได้ง่าย และเชื้อราสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาวะเช่นนี้

อาการของสังคัง

ลักษณะของอาการจะเป็นจุดผื่นหย่อม ๆ คล้ายแผลสีแดงกลม ขนาดใหญ่ ในผู้ป่วยบางรายจะมีผิวหนังลอกถลอก และเป็นขุย อาการนี้จะเริ่มเกิดบริเวณขาหนีบ หรือเท้า และสามารถลามไปถึงต้นขาด้านใน มากไปกว่านั้นคือบริเวณหน้าท้องก็เป็นได้ครับ ผู้ป่วยจะรู้สึกคัน และไม่สบายตัวอย่างมาก

ปัจจัยที่เกิดโรคสังคัง

สาเหตุของสังคัง

สังคังเกิดมาจากการติดเชื้อราประเภท Dermatophytes (เป็นชนิดเดียวกับโรคเกลื้อน) ซึ่งจะอาศัยอยู่บริเวณผิวหนัง เล็บหรือเส้นผม ปกติแล้วเชื้อราประเภทนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ต่อร่างกาย แต่เมื่อผิวหนังสัมผัสกับความชื้นบ่อย ๆ จะทำให้เชื้อรานี้เติบโตขึ้น แล้วกลายเป็นอาการอักเสบได้ครับ หรือพูดง่าย ๆ คือ สาเหตุหลักของโรคสังคังมาจากความเปียกชื้นบริเวณผิวหนัง

ผู้มีโอกาสเสี่ยงในการเป็นสังคัง

โรคสังคังมักจะเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงนะครับ จากงานวิจัยระบุว่าผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคสังคังมากกว่าผู้หญิงถึง 3 เท่า เนื่องจากผู้ชายมักทำกิจกรรมที่ใช้เหงื่อบ่อย ในขณะที่ผู้หญิงมักจะรักษาความสะอาดมากกว่า แต่ใช่ว่าผู้หญิงจะไม่มีโอกาสติดนะครับ

นอกจากปัจจัยเรื่องเพศแล้ว คนกลุ่มไหนที่มีโอกาสเป็นโรคสังคังได้บ้างมาดูกันเลยครับ

  • ผู้ที่มีเหงื่ออกมาก เช่น นักกีฬา ผู้ชอบออกกำลังกายหนัก ๆ
  • ผู้ที่สวมเสื้อผ้าคับแน่น เป็นเวลานาน
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น น้ำหนักตัวมากเกินไป ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ ภาวะเหงื่อออกมาก หรือโรคที่ก่อให้เกิดเหงื่อมากกว่าคนปกติ
  • ผู้ที่กำลังเป็นโรคน้ำกัดเท้า จะสามารถเป็นโรคสังคังได้ง่ายมากขึ้น

การป้องกันสังคัง

  • ควรทำให้ผิวแห้งอยู่เสมอ เช่น เช็ดตัวให้แห้ง หลังอาบน้ำ หรือออกกำลังกาย
  • หมั่นดูแลเท้าให้สะอาดอยู่เสมอ ควรล้างเท้าทันทีเมื่อถอดรองเท้า และใช้ผ้าสะอาดมาเช็ดเท้าให้แห้ง
  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกิดไป ควรหลวม พอดีตัว (ถ้าทำมาจากผ้าฝ้ายก็จะยิ่งดีเลยนะครับ เพราะเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี)
  • ซักเสื้อผ้าที่ใส่แล้วทุกครั้ง ไม่ควรใส่ซ้ำ
  • ซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำด้วยน้ำร้อน จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้
  • หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าร่วมกับผู้อื่น
การรักษาสังคัง

การรักษาสังคัง

  • ครีมทาต้านเชื้อรา มีขายอยู่ตามร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อ ใช้วันละ 1-2 ครั้ง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งครีมแต่ละยี่ห้อจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นควรอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้นะครับ

  • ยาทานลดเชื้อรา จะใช้ในกรณีที่ผิวหนังของผู้ป่วยไม่ตอบสนองกับครีมทาก่อนนะครับ เพราะการทานยาจะเกิดผลข้างเคียงอยู่บ้าง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์และควรให้แพทย์แนะนำในการทาให้ดูวิธีนะครับ

ถ้าอาการดีขึ้นจะสังเกตว่าผื่นแดงจะเริ่มกลายมาเป็นสีน้ำตาล สำหรับรอยสีน้ำตาลนี้ ไม่ต้องตกใจนะครับ เพราะตัวเชื้อราได้หายไปแล้ว จะเหลือเพียงรอยแผลเท่านั้นครับ ในระยะนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวของผิวนะครับ ตราบใดที่รอยน้ำตาลนี้ไม่มีตุ่ม เกร็ด หรืออาการคัน นั่นก็แปลว่าโรคสังคังหายไปแล้วครับ

การรักษาด้วยสมุนไพรแต่ละชนิด

  • กระเทียม

นำกระเทียมมาตำให้ละเอียด และไปทาบริเวณแผลที่เกิดมาจากสังคัง น้ำที่ออกมาจากกระเทียมจะช่วยฆ่าเชื้อราได้เป็นอย่างดี

  • ข่า

นำเหง้าข่าสดมาโขกให้ละเอียด จากนั้นไปผสมกับเหล้าทิ้งไว้ 1 คืน และนำไปทาบริเวณผื่นที่เกิดมาจากสังคัง ข่าจะช่วยฆ่าเชื้อราได้อย่างดี นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องโรคผิวหนังอื่น ๆ ได้ด้วยนะครับ

  • ใบทองพันชั่ง

นำใบทองพันชั่งมาตำให้แหลก แล้วแช่ในเหล้าโรงประมาณ 7 วัน แล้วนำน้ำมาทาบริเวณที่เป็นผื่น

ผลิตภัณฑ์รักษาสังคัง Ointment

หากคุณกำลังเผชิญกับโรคสังคัง และกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ดี ๆ ที่จะช่วยรักษาอาการผื่นแดงนี้ Thomas ขอแนะนำ ‘ขี้ผึ้งสมุนไพรเลวี No.41 Ointment’ เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีเลยครับ เนื่องจากมีส่วนประกอบของสมุนไพร 100 % เช่น หัวกระเทียม ข่าลิง พิมเสน ใบทองพันชั่ง และอื่น ๆ จะลดอาการคัน และไม่สบายตัว นอกจากนี้ ผู้ใช้สามารถมั่นใจได้เลยว่าปลอดภัยต่อผิวหนัง ไร้สารเคมี และไม่มีอันตรายต่อสุขภาพแน่นอนครับ

สามารถหาซื้อได้ที่นี่เลยครับ กดสั่งเลย

การออกกำลังกายทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น แต่ถ้าหากคุณไม่ทำความสะอาดให้ดี การออกกำลังกายก็จะก่อให้เกิดโรคได้เช่นกัน

ถึงแม้ว่าโรคสังคังไม่ได้อันตรายต่อชีวิต แต่หากเกิดขึ้นมาก เชื้อราจะสะสมตัว และทำลายผิวหนัง มีโอกาสให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับผิวหนังได้อีกด้วย

เริ่มต้นจากดูแลความแข็งแรงของร่างกายแล้ว อย่าลืมดูแลความสะอาดของร่างกาย เพื่อห่างไกลจากโรคทางผิวหนังเช่นนี้ด้วยนะครับ